วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2559

#ตรวจ สุขภาพ

อ่านผลตรวจเลือดด้วยตนเอง 

โดย นพ.สันต์ ใจยอดศิลป์

วันนี้ผมจะรวบยอดสอนการแปลผลการตรวจเคมีในเลือดให้ฟัง 

ท่านที่ถามมาคล้ายกันแต่ว่าผมไม่ได้ตอบก็ขอให้เอาวิธีแปลผล

ที่คุยกันวันนี้ไปแปลผลการตรวจของท่านเอาเองก็แล้วกัน



 1. FBS = ย่อมาจาก fasting blood sugar แปลว่าระดับน้ำตาลในเลือด

หลังการอดอาหารมาอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เป็นการตรวจสถานะของ

โรคเบาหวานโดยตรง คือคนปกติค่านี้จะต่ำกว่า 100 mg/dL ถ้าของ
ใครสูงเกิน 125 ก็ถือว่าเป็นเบาหวานแล้วอย่างบริบูรณ์

2. Blood chemistry แปลตรงๆว่าเคมีของเลือด หมายถึงระดับของสาร

ต่างๆที่อยู่ในเลือดซึ่งก่อปฏิกิริยาเคมีได้ ซึ่งการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของ

สารเหล่านี้ บ่งบอกไปถึงว่าจะมีโรคอะไรเกิดขึ้นในร่างกายบ้าง


3. Cr = เขียนเต็มว่า Creatinine แปลว่าเศษเหลือจากการสลายตัวของ

กล้ามเนื้อ คือกล้ามเนื้อของคนเรานี้มันสลายตัวและสร้างใหม่อยู่ตลอด

เวลา คนมีกล้ามมากก็สลายตัวมากสร้างมาก Cr ซึ่งเป็นเศษซากที่สลาย
ตัวออกมาจะถูกไตขับทิ้งไป แต่ในกรณีที่ไตเสียการทำงาน เช่นเป็นโรค
ไตเรื้อรัง ไตจะขับ Cr ออกทิ้งไม่ทันกับที่กล้ามเนื้อสลายออกมา ทำให้
ระดับ Cr ในเลือดสูงผิดปกติ ค่าปกติของมันคือ 0.7-1.2 mg/dL 

4. HbA1C = ย่อมาจาก hemoglobin A1C แปลว่าระน้ำตาลสะสมเฉลี่ย

สามเดือนในเม็ดเลือดแดง มีความหมายคล้ายๆกับค่า FBS คือโดยคำ

นิยาม ถ้าน้ำตาลสะสมเฉลี่ยของของใครสูงกว่า 6.5% ก็ถือว่าเป็นโรค
เบาหวานไปแล้วอย่างบริบูรณ์ ค่า HbA1C นี้ดีกว่าค่า FBS ในสองประเด็น คือ
4.1 ทำให้เราตรวจคัดกรองเบาหวานได้ทุกเมื่อ โดยไม่ต้องอดอาหาร

มาล่วงหน้า
4.2 การที่มันสะท้อนค่าน้ำตาลในเลือดในช่วงเวลาสามเดือนย้อนหลัง 

จึงตัดปัญหาระดับน้ำตาลวูบวาบในช่วงหนึ่งวันก่อนการตรวจ คือคนไข้

บางคนที่จะทำตัวดีเฉพาะสองสามวันก่อนไปหาหมอเพื่อให้น้ำตาลใน
เลือดดูดี พอคล้อยหลังหมอตรวจเสร็จก็ออกมาสั่งไอติมมากินเป็นกะละมั
ให้หายอยาก คนไข้แบบนี้การตรวจ HbA1C จะทำให้ทราบสถานะที่แท้จริ
ของเบาหวานดีกว่า

5. BUN = ย่อมาจาก blood urea nitrogen แปลว่าไนโตรเจนในรูปของยูเรีย

 ตัวยูเรียนี้เป็นเศษของเหลือจากการเผาผลาญโปรตีนที่ตับ ซึ่งต้องถูกกำจัด

ทิ้งโดยไต การวัดระดับค่าของ BUN เป็นตัวบ่งบอกว่าเลือดไหลไปกรองที่
ไตมากพอหรือไม่ ในภาวะที่เลือดไหลไปกรองที่ไตน้อยลง เช่นในภาวะ
ร่างกายขาดน้ำ หรือสูญเสียเลือดไปทางอื่นเช่นเลือดออกในทางเดินอาหาร 
หรือในภาวะช็อก ระดับของ BUN จะสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว 
ค่าปกติของ BUN คือ 8-24 


6. Triglyceride คือไขมันไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งเป็นไขมันก่อโรคชนิด
หนึ่งในร่างกายเรา ระดับที่สูงจนต้องใช้ยาคือเกิน 200 mg/dl 

7. Uric acid ก็คือกรดยูริกที่เป็นต้นเหตุของโรคเก้าท์นั่นแหละ 

ค่าปกติของกรดยูริกในเลือดคือ 3.4-7.0 

8. HDL-cholesterol เรียกสั้นๆว่าเอ็ช.ดี.แอล. เรียกอีกอย่างว่า “ไขมันดี”

 เพราะมันเป็นไขมันที่ดึงไขมันที่พอกหลอดเลือดออกไปจากหลอดเลือด 

ดังนั้นยิ่งมีเอ็ช.ดี.แอล.มากก็ยิ่งดี คนปกติควรมีเอ็ชดีแอล.เกิน 40 mg/dl ขึ้นไป 

9. LDL-cholesterol เรียกสั้นๆว่าแอลดีแอล. หรือเรียกอีกอย่างว่า “ไขมันเลว”

 เพราะมันเป็นตัวไขมันที่พอกอยู่ที่ผนังหลอดเลือดและเป็นไขมันก่อโรคโดยตรง 

การจะตัดสินว่าคนไข้คนไหนควรกินยาลดไขมันเมื่อไหร่ก็ตัดสินกั
จากระดับแอลดีแอล.นี่แหละ โดยเทียบกับความเสี่ยงในการเป็นโรค
ที่แต่ละคนมีเป็นทุนอยู่แล้ว กล่าวคือ
- ถ้ามีความเสี่ยงต่ำ จะให้เริ่มทานยาลดไขมันเมื่อ LDL มากกว่า 160
- ถ้ามีความเสี่ยงปานกลาง จะให้เริ่มทานยาลดไขมัน
เมื่อ LDL มากกว่า 130
- ถ้ามีความเสี่ยงสูง หรือเป็นโรคหัวใจ หรือเบาหวาน หรืออัมพาตแล้ว 

จะให้เริ่มทานยาลดไขมันเมื่อ LDL มากกว่า 100   

10. Total Cholesterol หมายถึงโคเลสเตอรอลรวมในร่างกาย

 เป็นค่ารวมของไขมันสามอย่าง กล่าวคือ    
โคเลสเตอรอลรวม = ไขมันดี (HDL) + ไขมันเลว (LDL) + 

หนึ่งในห้าของไขมันไตรกลีเซอไรด์ สมัยก่อนเราใช้ค่าโคเลสเตอรอลรวม

ตัวนี้ตัวเดียวในการประเมินไขมันในเลือด จึงได้กำหนดค่าปกติไว้ว่าถ้าสู
เกิน 240 mg/dl จึงจะถือว่าสูงและเริ่มใช้ยา 
แต่สมัยนี้เราไม่ค่อยจะดูค่าโคเลสเตอรอลรวมกันเท่าไหร่แล้ว เราดูเจาะลึก

ลงไปถึงไขมันแต่ละชนิด และตัดสินใจใช้หรือไม่ใช้ยาจากระดับไขมันเลว (LDL) 

โดยไม่สนใจโคเลสเตอรอลรวมแล้ว เพราะค่านี้มักชักนำให้เข้าใจผิด 
ยกตัวอย่างเช่นถ้าดูค่าโคเลสเตอรอลรวมได้ 214 ซึ่งก็แค่สูงเกินพอดีไปบ้าง
แต่ไม่สูงถึงกับต้องใช้ยา แต่ว่าจริงๆแล้วเป็นความเข้าใจผิด 
เพราะค่าโคเลสเตอรอลรวมดูต่ำอยู่ได้เพราะมีไขมันดี (HDL) ต่ำกว่าปกติ 
เลยพลอยทำให้ค่าโคเลสเตอรอลรวมต่ำไปด้วย ทั้งๆที่เป็นคนมีไขมันเลว
อยู่ในระดับสูงถึงขั้นต้องใช้ยาแล้ว 

11. eGFR = เรียกสั้นๆว่า จีเอฟอาร์. ย่อมาจาก estimated glomerular filtration 

rate แปลว่าอัตราการไหลของเลือดผ่านตัวกรองของไตในหนึ่งนาที

 ค่านี้ได้จากการคำนวณเอาจาก Cr กับอายุ และชาติพันธุ์ของเจ้าตัว 
ห้องแล็บที่ยังไม่ทันสมัยจะไม่รายงานค่านี้ ถ้าเจ้าตัวอยากทราบค่านี้
ต้องเอาค่า Cr ที่ได้ไปอาศัย GFR calculator ตามเว็บในเน็ทคำนวณให้
ค่าจีเอฟอาร์.นี้มีประโยชน์มากในแง่ที่ใช้แบ่งระดับความรุนแรงของคนที่
 Cr ผิดปกติอย่างคุณนี้ว่ามีความรุนแรงเป็นโรคไตเรื้อรังระยะไหนของ 
5 ระยะ กล่าวคือ 

ระยะที่ 1 ตรวจพบพยาธิสภาพที่ไตแล้ว แต่ไตยังทำงานปกติ

 (จีเอฟอาร์ 90 มล./นาที ขึ้นไป) 
ระยะที่ 2 ตรวจพบพยาธิสภาพที่ไตแล้ว และไตเริ่มทำงานผิดปกติ

เล็กน้อย (จีเอฟอาร์ 60-89 มล./นาที)
ระยะที่ 3 ไตทำงานผิดปกติปานกลาง ไม่ว่าจะตรวจพบพยาธิสภาพ

ที่ไตหรือไม่ก็ตาม (จีเอฟอาร์ 30-59 มล./นาที)

ระยะที่ 4 ไตทำงานผิดปกติมาก (จีเอฟอาร์ 15-29 มล./นาที)
ระยะที่ 5. ระยะสุดท้าย (จีเอฟอาร์ต่ำกว่า 15 หรือต้องล้างไต)    

12. ALT (SGPT) = ย่อมาจาก alamine amintransferase หรือชื่อเก่าว่า 

serum glutamic pyruvic transaminase เป็นเอ็นไซม์ที่ปกติอยู่ในเซลของตับ

เช่นเดียวกับ AST และจะออกมาในเลือดเมื่อเซลตับได้รับความเสียหายเช่นกัน
 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีเนื้องอกอุดตันทางเดินน้ำดี ค่าปกติของ ALT 
คือไม่เกิน 34 IU/L 

13. AST(SGOT) = ย่อมาจาก aspartate transaminase หรือชื่อเก่าว่า 

serum glutamic oxaloacetic transaminase เป็นเอ็นไซม์ที่ปกติอยู่ในเซลของตับ 

ซึ่งจะไม่ออกมาในเลือด หากมีเอ็นไซม์ตัวนี้ออกมาในเลือดมากก็แสดงว่าเซลตับ
กำลังได้รับความเสียหาย เช่นอาจจะมีตับอักเสบจากการติดเชื้อหรือจากสารพิษ 
หรือแม้กระทั้งจากแอลกอฮอล์ และไขมันแทรกเนื้อตับ ค่าปกติของ AST 
คือไม่เกิน 40 IU/L 

14. Anti HBs = ย่อมาจาก antibody to hepatitis B surface antigen

 แปลว่าภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบบี. หากตรวจได้ผลบวกก็แปลว่า

คุณมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสบี.แล้ว ไม่ต้องไปแสวงหาการฉีดวัคซีน

15. HBs Ag = ย่อมาจาก hepatitis B surface antigen แปลว่าตัวไวรัสตับอักเสบบี.

ซึ่งตรวจจากโมเลกุลที่ผิวของมัน ถ้าตรวจได้ผลบวกก็แปลว่ามีเชื้

ไวรัสตับอักเสบบี.อยู่ในตัว หากตรวจได้ผลลบ ก็แปลว่าไม่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบบี



16. Alkaline Phosphatase = เป็นเอ็นไซม์ที่อยู่ในเซลของตับ ทางเดินน้ำดี

 และของกระดูกเป็นส่วนใหญ่ ความหมายของเอ็นไซม์ตัวนี้หากมันสูงขึ้นคือ

อาจจะมีปัญหาที่ทางเดินน้ำดี ตับ หรือกระดูก ค่าปกติในผู้ชายผู้ใหญ่ไม่เกิน
 128 U/L

17. GTT = ย่อมาจาก gamma glytamyl transpeptidase เป็นเอ็นไซม์ในเซลตับ

และทางเดินน้ำดีเช่นเดียวกับ ALT มีความไวต่อความเสียหายของเซลตับมากกว่า

 แต่ขาดความจำเพาะเจาะจง หมายความว่าเมื่อ GTT 
สูงจะเกิดจากอะไรก็ได้ที่อาจจะไม่ใช่เรื่องของตับ เช่นอาจมีปัญหาที่ตับอ่อน
 ที่หัวใจ ที่ปอด หรือแม้กระทั่งเป็นเบาหวาน อ้วน หรือดื่มแอลกอฮอล์ 
ก็ทำให้ GTT สูงได้ สารตัวนี้จึงไม่มีประโยชน์ในการคัดกรองโรคเลย 





โปร ซื้อ 3 แถม 3 กลับมาแล้ว ตามคำเรียกร้อง!!

พิเศษ! ซื้อ 3 แถม 3 ขวดละ 1,500 บ. แถม น้ำมัน Gdyna บรรจุ 60 

เเคปซูล มูลค่า 350x3 บาท 3 กระปุก มูลค่า = 1,050 บาท ฟรี !



บริการเก็บเงินปลายทาง นะคะ แจ้งชื่อที่อยู่ เบอร์โทร รอรับสินค้าที่

บ้านได้เลยค่ะ

ปกติขวดละ 2,000 บาท

1 ขวดเดียว 1,750

2 ขวด 3,000

ปราศจากสารเคมี เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ช่วยให้บำรุงร่างกายทั้งระบบให้ดีขึ้น เห็นผลภายใน 1-2 เดือน เห็นผลทุกcase 100% ค่ะ

#น้ำมันรวม4ชนิด
สนใจสอบถาม

Fanpage : เบาหวาน ความดัน ภูมิแพ้ หัวใจ มะเร็ง Sle  ไทรอยด์ ไมเกรน ปวดเข่า  G dyna

Website : www.gdyna.com

คลิกเพิ่มเพื่อนไลน์อัตโนมัติhttp://line.me/ti/p/~gdyna.com



โทร 087-041-0088, 089-896-1010

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น